15 วิธีติดแอร์บ้านให้เย็น และประหยัดค่าไฟ

บทความเมื่อวันที่ 1/04/2561 | 17:05

เทคนิคการใช้แอร์อย่างฉลาด สู้อากาศร้อนโดยที่ประหยัดไฟให้มากที่สุด 15 ข้อตามด้านล่างนี้

ตัวอย่างการคำนวณ BTU

ห้องนอนกว้าง 4 x 5 เมตร สูตรคำนวณ คือ 4x5x700 = 14,000

ดังนั้น BTU ที่เหมาะสมสำหรับห้องนี้ คือ 14,000-16,000 BTU

1. เลือก BTU เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดห้อง

สูตรคำนวณ BTU = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ค่าตัวแปร

ค่าตัวแปร

700 - 800

สำหรับห้องนอน หรือห้องที่ความร้อนน้อย (ห้องที่ไม่โดนแดด หรือโดนเล็กน้อย ฝ้าต่ำ หรือใช้แอร์ช่วงกลางคืน)

800 - 900

สำหรับห้องรับแขก หรือห้องที่ความร้อนปานกลาง - มาก (ห้องที่โดนแดด อยู่ทิศตะวันตก ใช้แอร์ช่วงกลางวัน)

900 - 1000

สำหรับห้องที่มีความร้อนมาก ฝ้าสูง (ห้องที่โดนแดดอยู่ทิศตะวันตก อยู่ชั้นบนสุด หรือใช้แอร์ช่วงกลางวัน)

1000 - 1200

สำหรับร้านค้า ร้านอาหารที่เปิดปิดประตูบ่อย ร้านทำผม หรือสำนักงานที่มีคนอยู่จำนวนมาก
(หากฝ้าเพดานสูงกว่า 2.5 เมตร มีจำนวนคนในห้องมาก หรือมีคอมพิวเตอร์ ควรบวกค่า BTU เพิ่มขึ้นอีก 5% จากค่าปกติ)

2. รู้จักดูฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกชนิดจะมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดนั้น จะมีประสิทธิภาพเท่ากัน สำหรับเครื่องปรับอากาศให้ดูประสิทธิภาพที่ค่า EER (แบบเก่า) และ SEER (แบบใหม่) ตัวเลขนี้ยิ่งสูง ยิ่งมีประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดไฟ ข้อมูลเพิ่มเติมฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5


3. ระบบ Inverter หรือ ธรรมดา ดีกว่ากัน
หลายท่านจะมีคำถามเมื่อต้องการซื้อเครื่องปรับอากาศว่าจะเลือกระบบอะไรดีระหว่าง ระบบ Inverter กับ ธรรมดา โดย 2 ระบบนี้ต่างกันที่ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความเย็น

ระบบแอร์ธรรมดา เมื่อทำความเย็นถึงจุดที่ต้องการแล้ว ระบบจะตัดการทำงานคอมเพรสเซอร์ รอให้อุณหภูมิตกมาถึงระดับที่ต้องทำงานค่อยเริ่มสตาร์ทใหม่เพื่อไต่ระดับอุณหภูมิใหม่อีกครั้ง ทำให้ทุกครั้งที่สต๊าทการทำงานกินไฟมากกว่าเลี้ยงระดับอุณหภูมิไปเรื่อยๆ

ระบบ Inverter เมื่ออุณหภูมิถึงจุดที่ต้องการแล้ว คอมเพรสเซอร์จะทำงานเบาลงแต่ไม่หยุดทำงาน สามารถหรี่อุณหภูมิเลี้ยงตามสภาพอุณหภูมิในห้อง และควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำขึ้น ทำให้ประหยัดค่าไฟ

ส่วนข้อเสียของระบบ Inverter คือ แอร์ระบบ Inverter มีราคาแพงกว่าระบบธรรมดา ในขณะเดียวกัน สถานที่ๆอุณหภูมิแกว่งตลอด เช่น ห้องที่เปิด-ปิด ประตูบ่อยอย่างร้านกาแฟ ที่มีลูกค้าเปิดเข้าออกบ่อยๆ ก็ไม่สามารถใช้ระบบ Inverter ได้ เนื่องจากจะทำให้แอร์ทำงาน หนักกว่าปกติ ความเย็นไหลออกทุกครั้งที่เปิดปิดประตู ดังนั้นการพิจารณาเลือกแอร์ประเภทปกติ หรือ Inverter ดูจะเหมาะกับบ้านมากกว่า และก็ต้องพิจารณาหลายปัจจัย


4. เลือกเครื่องปรับอากาศที่เย็นเร็ว
สำหรับเมืองไทย เป็นประเทศที่อากาศร้อนมากกว่าญี่ปุ่นหรือประเทศแถบยุโรป ดังนั้นควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่สามารถทำความเย็นได้เร็ว เพื่อให้เหมาะสมกับ สภาพอากาศที่ร้อนมากแบบบ้านเรา ก่อนซื้อจึงควรทดลองว่ารุ่นไหนสามารถทำความเย็น ได้เร็วมากกว่ากัน ก็จะช่วยให้ท่านได้เครื่องปรับอากาศที่เย็นทันใจ


5. เลือกคอมเพรสเซอร์ที่ทนต่อสภาพอากาศ
คอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่นอกบ้าน และเป็นอุปกรณ์หัวใจในการทำความเย็น ดังนั้น การรักษาสภาพของคอมเพรสเซอร์ให้ดีสมบูรณ์อยู่เสมอก็จะทำให้ความเย็น ของเครื่องปรับอากาศทำงานได้เต็มที่ การเลือกซื้ออย่าดูแต่การออกแบบภายนอกเพียงเท่านั้น ควรดูคุณภาพอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตด้วยว่ามีคุณภาพไหม เสื่อมอายุการใช้งานเร็วหรือไม่


6. ใช้ฟังชั่นตั้งเวลา เปิด-ปิด
ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศจะมีฟังชั่นตั้งเวลา เปิด-ปิด อัตโนมัติติดมาด้วย สำหรับฟังชั่นนี้ เราสามารถตั้งเวลาให้เครื่องปรับอากาศปิดก่อนเราตื่นนอน 1 ชั่วโมง เพื่อเป็นการประหยัดค่าไฟ และอุณหภูมิในห้องก็ยังคงเย็นอยู่ในขณะเรายังไม่ตื่นนอนอีกด้วย


7. ติดตั้งท่อให้มิดชิด ปิดช่องประกอบทั้งหมด
เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสัตว์ไม่พึงประสงค์จำนวนไม่น้อย เช่น หนู แมลง แมลงสาป ฯลฯ ดังนั้นขณะที่ช่างดำเนินการติดตั้งควรตรวจดูจุดต่อเชื่อม ทางออกของท่อน้ำยาระหว่าง Fan Coil ไป Condensing ได้ทำการปิดช่องประกอบทั้งหมดไว้เรียบร้อยดีหรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้ สัตว์ไม่พึงประสงค์เข้าไปกัดสายไฟได้


8. อย่าลืมติดตั้งสายดิน
สิ่งสำคัญที่ช่างติดตั้งเครื่องปรับอากาศห้ามละเลยในการติดตั้ง คือ การติดตั้งสายดิน ต้องเดินสายให้ถูกต้องและเรียบร้อยเพราะถ้าทำการเดินสายไม่ถูกต้องผู้ใช้อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้


9. ทิ้งระยะห่างจากเพดาน
อุปสรรคในการล้างเครื่องปรับอากาศของช่าง เกิดจากการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ที่ใกล้กับเพดานเกินไป หรือชิดกับเพดานเลย ทำให้ช่างไม่สามารถใช้ปืนฉีดน้ำล้าง เข้าไปทำความสะอาดได้ทั่วถึง ทำให้ไม่สะอาด ดังนั้นควรดูชนิดของเครื่องปรับอากาศ ที่จะติดตั้งด้วยว่า ควรมีระยะห่างจากเพดานเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม


10. ตำแหน่งของ Condensing Unit
หลายท่านจะกังวลว่า ถ้า Condensing อยู่ใกล้ห้องนอนเกินไปจะทำให้เกิดเสียงดังรบกวน จึงให้ช่างติดตั้งCondensing ให้ไกลจากห้องนอน เพื่อป้องกันเสียงรบกวน แต่ท่าน ต้องอย่าลืมว่า ระยะของการติดตั้ง Condensing นั้นท่อน้ำยาไม่ควรยาวเกิน 12 เมตร เพราะท่อน้ำยาที่ยาวเกินไปจะทำให้แรงดันน้ำยาลดลง ประสิทธิภาพในการทำความเย็น ก็จะลดลงไปด้วย และควรติดตั้งให้ห่างจากกำแพง 50 ซม. เป็นอย่างน้อย โดยไม่ควรมี อะไรมาขวางด้านหน้าในระยะ 1 เมตร


11. ล้างเครื่องปรับอากาศทุก 3-6 เดือน
การล้างเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากจะเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งาน เครื่องปรับอากาศแล้ว ยังช่วยรักษาสุขภาพของท่านอีกด้วย เพราะฝุ่นผงที่ติดอยู่ตามแผงด้านใน จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นลดลง และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เราจึงควรล้างเครื่องปรับอากาศทุกๆ 3-6 เดือน ถ้าเครื่องปรับอากาศ ติดตั้งในบริเวณที่มีการรับประทานอาหาร , สถานที่ที่มีคนเยอะ และมีการปิด-เปิด ประตูตลอดเวลา ควรล้างทุกๆ 2-3 เดือน


12. ติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ถูกทิศ
ทิศทางการติดตั้งเครื่องปรับอากาศก็มีผลต่อค่าไฟ เพราะแดดเมืองไทยร้อนมากเป็นพิเศษ ให้เลี่ยงผนังที่เจอกับแสงแดดโดยตรง จะช่วยให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก และพิจารณาลักษะการใช้งานเพิ่ม เช่น ห้องนอนเรามักจะอยู่ในห้องนอนช่วงค่ำ แปลว่าช่วงบ่ายผนังได้รับการสะสมความร้อนมาจากแสงอาทิตย์ ดังนั้นเครื่องปรับอากาศ น่าจะติดในทิศตรงข้ามคือทิศตะวันออก, หรือห้องทำงานเน้นเลี่ยงทิศตะวันออก เพราะเน้นทำงานตอนกลางวัน เป็นต้น


13. ปรับทิศทางลมให้ตรงจุดที่ใช้งาน
ทิศทางลมจากเครื่องปรับอากาศไม่ควรลงศรีษะ เพราะจะทำให้ไม่สบาย ถ้าเป็นห้องทำงานควรติดตั้งเครื่องปรับอากาศในจุดที่ลมกระจายความเย็นได้ทั่วถึง จะได้ไม่มีบางคนร้อน บางคนต้องทนหนาว สำหรับร้านค้า ไม่แนะนำให้ติดตั้ง เครื่องปรับอากาศหันไปทางประตู เนื่องจากทุกครั้งที่ลูกค้าเปิดประตู อากาศเย็น จะไหลออกหมด ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น เพื่อรักษาระดับความเย็น ให้คงที่ตลอด เรื่องเล็กๆน้อยๆนี้สามารถช่วยท่านประหยัดค่าไฟได้ปีละหลายบาททีเดียว


14. ลดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อน
เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทก่อให้เกิดความร้อน เช่นไมโครเวฟ เตาทำอาหาร เตารีด ตู้เย็น ไดร์เป่าผม ฯลฯ ถ้าเป็นไปได้ควรพยายามเลี่ยงไม่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ในบริเวณดังกล่าว สำหรับคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดท่านสามารถติดตั้งในบริเวณที่ ไม่ค่อยมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อนเป็นประจำได้ เพราะความร้อน จากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้จะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น เครื่องปรับอากาศ จะมีอายุการใช้งานที่สั้นลง


15. น้ำยา R32
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดโลกร้อนแบบยั่งยืน เวลาซื้อเครื่องปรับอากาศใหม่ ควรเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่ใช้น้ำยา R32 เพราะจะทำลายชั้นบรรยากาศโลก ที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกน้อยกว่าน้ำยาแบบเดิม R22 และ R140A อีกทั้งในอนาคตน้ำยาที่ทำลายชั้นบรรยากาศเหล่านี้จะมีการผลิตน้อยลงและหยุดการผลิตไป


ที่มา: www.iurban.in.th/living/14airchecklist/